แบกเป้เที่ยว “บ้านอีต่อง” เส้นทางสู่หมู่บ้านกลางหุบเขา จ.กาญจนบุรี

ไปกางเต๊นท์นอนชิว ชมวิวกันที่บ้านอีต่อง
เหมืองปิล็อก จังหวัดกาญจนบุรีแบบฉบับคนวันหยุดน้อย

ทริปเร่งด่วน ทริปคิดคืนเดียว ทริปยังไม่มีที่นอน ทริปทุกอย่างไปหาเอาข้างหน้า
ที่นี่ยังมีที่เที่ยวอีกมากที่ไม่ได้ไป เพราะเนื่องจากเวลาของเราไม่พอจริง ๆ แต่เราคิดว่ามันก็เพียงพอแล้วสำหรับการออกเดินทาง เดินทางเพื่อมาพบกับอากาศเย็น ๆ มาเที่ยวงานวัดในต่างจังหวัด มาเดินตลาดที่ไม่เคยเดิน มาขึ้นเขาสูดอากาศดี ๆ ให้เต็มปอด มานอนดูดาวที่เต็มท้องฟ้า มากินข้าว มาเดินเล่น มานอนกางเต๊นท์ และที่สำคัญ มากับโคตรเพื่อน 🙂

บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก อีกหนึ่งจุดมุ่งหมายที่ใครหลาย ๆ คนต่างก็อยากที่จะออกเดินทางมาสัมผัส เราก็เช่นกัน แต่จุดเริ่มต้นของเรามันจะทุลักทุเลหน่อย กับเส้นทางอันยาวไกล แต่สุดท้ายเรามามาถึงที่แห่งนี้จนได้


เมื่อจุดเริ่มต้นคือคนบ้า อยากไปดอย แต่ด้วยความที่วันหยุดมันช่างน้อยซะเหลือเกิน
แชทหนึ่งก็เด้งขึ้น “ทองผาภูมิมั้ย”
โอเคงั้นไป
.
เริ่มต้นทริปด้วยความสดใสสสส เหรออออ เพื่อนนัดหกโมงเช้า ไอ้เราตื่นหกโมงครึ่ง ก็จากสายเรียกเข้าของเพื่อนนั่นแหละ 55555
รีบบึ่งพี่แท็กจากบ้านย่านบางนา สู่คิวรถตู้ย่านพระราม 2 โดยไว
=> เพื่อมุ่งหน้าสู่ บขส. กาญจนบุรี

บขส. กาญฯ
เสร็จภารกิจกินข้าวเรียบร้อย ก็เริ่มคิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตที่นี่ต่อดี
เป็นปุปปับทริปที่แอดเวนเจอร์มากสุดเลยมั้ง เพราะใช้เวลาในการคิดว่าจะไปไหน จะพักที่ไหน จะออกเดินทางยังไง กันแค่คืนเดียว สุดท้ายที่พักทุกที่ก็เต็ม เพราะนี่คือเทศกาล
‘ปีใหม่’
จริงๆก็คิดแหละ เออมันคงล่มไม่เป็นท่า5555 แต่ด้วยความที่มีเพื่อนอยากจะออกไปจากกรุงจัด สุดท้ายเลยได้ตัดสินใจว่า ทุกอย่าง no plan ไปหาเอาข้างหน้าแล้วกัน /จบ.
– รถตู้จากพระรามสอง มุ่งหน้าสู่ บขส. กาญฯ เกือบๆ 11 โมงได้ หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็พากันเดินงงๆ มาถามพี่ๆที่ขับสองแถว ว่าจะเหมารถไป อ. ทองผาภูมิ พี่เขาก็เลยรีบหยิบแผนที่ จ.กาญฯ มาให้ ว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหน สักพักก็มีคุณลุงเสื้อฟ้า ที่ขับสองแถวที่นี่ มาช่วยหาที่พักให้ ใน อ. ทองผาภูมิ จนได้มา 1 ที่
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอาที่พักที่คุณลุงหา เพราะเพื่อนได้ที่พักโรงแรมจากรุ่นน้องที่รู้จักมา และอยู่ตรงตลาดทองผาภูมิพอดี

คืนนี้มีที่นอนแล้วแหละ
ไปขึ้น ‘บัสแดง’ ที่เขียนว่าไปสังขละบุรี หรือ ทองผาภูมิ แล้วแต่คันแหละ บางคันก็ไปถึงสังขละฯ เลย มีรถเรื่อยๆ รถเต็มก็ออก (เต็มตั๋วยืนด้วยนะ)
โชคดีมากที่ขึ้นไปแล้วยังเหลือที่ว่างให้นั่งกัน ปลายทางวันนี้ที่ ตลาดทองผาภูมิ ราคา 80 บาท นั่งรถนานมากเลยแหละจนกว่าจะถึง หลับไปก็หลายตื่นกันเลย
.
จริงจากที่หาข้อมูลมา เราจะไปกันที่ บ้านอีต่อง ปิล็อก หรืออุทยานแห่งชาติทองผาภูมิก็ได้ ซึ่งต้องนั่งสองแถวจากตลาดทองผาภูมิไปอีก 73 กิโล แล้วรถสองแถวก็จะหมดแค่ช่วงก่อนเที่ยงเท่านั้น ซึ่งอันนี้คิดว่าคร่าวๆ ก่อนแล้วว่ายังไงก็ไปไม่ทัน เราเลยตัดสินใจค้างที่ตลาดก่อน 1 คืน เช้าวันถัดไปค่อยไปขึ้นสองแถวเที่ยวแรกไปนั่นเอง

ถึงแล้วโรงแรมที่พัก
ส. บุญยงค์โฮเทล ได้ห้องเตียงเดี่ยวสองเตียง คืนละ 1200 บาท

ตลาดทองผาภูมิ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเซเว่น ร้านค้า ร้านข้าว ฯลฯ
และมีนี่เลยย ถนนนั่งยอง เป็นตลาดขายของนี่แหละ มีของกินให้เลือกมากมายกันทีเดียว

ถนนนั่งยอง ทองผาภูมิ
นั่งยองๆ ซื้อ
นั่งยองๆ ขาย
นั่งยองๆ กิน

ถัดจากฝั่งตลาดไปอีกหน่อย ก็เป็นวัดทองผาภูมิ
มีงานวัดพอดีเลย แวะสักหน่อย เสียค่าเข้าคนละ 30 บาทด้วยจ้ะ (เนื่องจากมีงาน)

ภายในงานก็มีของขาย มีอาหาร ราคาไม่แพงนะ พวกกับข้าว อะไรพวกนี้ก็ 25-30 บาท ก็มี มีลิเกให้ดูด้วย แต่เสียดายที่ไม่มีร้านยิงลูกดอก หรือปาโป่งเลย อดๆๆ


เช้าอีกวันเรารีบตื่นเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวไปบ้านอีต่องกันค่ะ

สองแถวนี้เลยที่พาเราขึ้นเขาอย่างหวาดเสียว ยิ่งใกล้ถึงโค้งยิ่งถี่ ตอนขาขึ้นจะจอดแวะพักที่จุดพักให้หาของกินได้ตามอัธยาศัย บริเวณนี้จะมีร้านกาแฟ ร้านก๋วยเตี๋ยว ของชำ บลาๆ ก่อนจะลุยต่อไปยังอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และปลายทางหมู่บ้านอีต่อง
– –
สองแถวนี้จากตลาดทองผาภูมิ รถรอบแรก 8 โมง และสุดท้ายน่าจะก่อนเที่ยง หลังจากนั้นก็ไม่มีแล้วจ้าต้องรอวันถัดไป และรถลงจากเขาก็มีรอบสุดท้ายตอน 8 โมงเช่นเดียวกัน ค่ารถ 70 เด้ออจ้า (เอาจริงๆตอนลงรถรถจ่ายเงินหันไปบอกเพื่อนว่าเออ ระยะทางนี่นั่งมาคุ้ม 70 บาทจริงๆ 555)

ก่อนถึงหมู่บ้านอีต่อง ก็มีคนจำนวนหนึ่งลงที่นี่เลย อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ใครจะไปเขาช้างเผือกก็มาติดต่อที่นี่เนอะ (เปิดให้ขึ้นปีละครั้งเท่านั้นเด้ออ) ค่าเข้าอุทยาน 70 บาท แต่เรายัง ยังต้องไปต่ออีก

กางไม่เป็น ขออนุญาตยืนดูเฉยๆ 55555555

ถึงปิล็อก
: ใช้เวลานั่งสองแถวจากตลาดทองผาภูมิขึ้นเขา 399 โค้ง ประมาณ 2 ชั่วโมงได้ ไม่ได้จองที่พักอีกเช่นเคย ตอนแรกว่าจะพากันซื้อเต๊นท์จากตลาด แต่โชคดีที่พี่ร้านข้าวตามสั่งที่ไปนั่งกิน บอกว่ามีคนเอามาคืนพอดีเลยมีเต๊นท์ให้เราเช่า เขาเห็นเรามากัน 4 คนเลยไปซื้อเพิ่มมาให้อีกหลัง สรุปเราเช่าเต๊นท์จากเขา 2 หลัง แถมยังได้ผ้าห่มมาอีก 2 ผืนด้วย สรุปค่าเช่าเต๊นท์ 400.- (มัดจำ 200.-) สรุปเราจ่าค่าเช่าเต๊นท์ 2 หลังแค่ 200.- เท่านั้นเอง #ใจดีมากกก (ร้านอาหารตามสั่งหน้าตลาดทองผาภูมิ ตรงที่จอดสองแถวสีเหลืองไปหมู่บ้านอีต่อง ปิล็อก)
จัดแจงหาที่กางเต๊นท์ ยังสายๆอยู่คนยังโล่งมากก พอตกเย็นกลับมารถจอดให้เต็มกันไปหมด

ตลาดอีต่อง
ตลาดเล็กๆ เดินวนแป๊ปๆ ก็วนครบแล้ว มีทั้งร้านข้าว ร้านขายของกินเล็กๆ ร้านของฝาก บลาๆ ลักษณะร้านก็เหมือนๆกับตลาดนัดทั่วๆไปแหละ แต่จะเล็กๆแค่สองฝั่งทางเดิน หรือจะเป็นร้านกาแฟ ร้านนั่งชิล ที่อยู่ติดกับโฮมสเตย์ก็มี ราคาก็มีทั้งถูกและไม่ถูกปนๆกันไป ความโชคร้ายมาตกเพราะความหิวจัดของเพื่อน เข้าร้านข้าวร้านหนึ่งที่ราคาแอบแพง55555 แต่ไม่เป็นหรอกน่าาา กินข้าวเสร็จก็มาเดินวนๆในตลาดเล่น หาลู่ทาง ทางหนีทีไล่ เอ้ยไม่ใช่ๆ หาแหล่งอาบน้ำ มีบริการห้องอาบน้ำแร่ ทั้งน้ำธรรมดา และน้ำอุ่นก็มีน้ะจ๊าา สบ้ายยย~

ลากเพื่อนไปขึ้นเขา –
ป้ายจุดชมวิวเนินช้างศึก 1.2 กม.
ป่ะลุยยย ~
เพื่อนฉันก็โอ้เอ้อยู่นาน ลีลาน่าลำใย จุดนี้ประมาณครึ่งทางได้ มองเห็นหมู่บ้านอยู่ตรงโน้นนนไง จุดกางเต้นท์ก็ตรงที่มีวัดนั่นแหละ หยุดพักสักแป๊ป หอบกันหนักมากกกก มีคนร้องจะลงให้ได้ 5555 อยู่บนนี้อับสัญญาณมาก อ้ออ ไม่ใช่แค่บนนี้แหละ ในหมู่บ้านก็เขาอีกลูกอับพอกัน ใครใช้ Truemove ไม่ต้องเอามาเด้ออ สัญญาณจะมาแป๊ปๆ พอลมพัดก็ไป ส่วนของเพื่อนนางใช้ AIS 4G live Facebook ลื่นปรื้ดๆ
ทางเดินเป็นดินทราย เดินไม่ระวังจะลื่นไถลเอาได้ ถึงกับปวดเท้าหนักมากกก

“ขึ้นมาเจอแบบนี้หายเหนื่อยมั้ยมึง?”
“ไม่หว่ะ”
เพื่อนหันมาตอบแบบห้วนๆ
ดังพอๆ กับเสียงกรนของพวกมันก็เสียงหอบตอนขึ้นเขานี่ล่ะ และสุดท้ายก็ขึ้นมา ยืนตาก-ลมที่พัดแรงๆกันฟินเลย แอ็คท่าถ่ายรูปกันก็เยอะสุด แหม ทีแรกร้องจะลงตั้งแต่ครึ่งทาง

ข้างบนนี้ลมแรงและเย็นสบายมาก มองเห็นวิวทิวทัศน์บริเวญหมู่บ้านได้โดยรอบ

ลงจากเขามาแทบจะเป็นลมเลยค่ะ เหนื่อยสุดๆ ไปเลย พอกินข้าวเสร็จกันเป็นที่เรียบร้อย เตรียมตัวกำลังจะไปอาบน้ำ ก็มาเจอเจ้าปูน้อย น่าจะหนีเตาเผาออกมา จึงเกิดมาภารกิจช่วยเจ้าปูขึ้น 55555 ด้วยลำตัวที่ถูกเชือกฟางพันมาหลายตลบ เอาออกยากเหลือเกิน ลองอยู่หลายวิธี ก็ยังไม่ออก แถมยังต้องระแวดระวังเกรงว่าจะโดนหนีบนิ้วเข้าให้ มะรุมมะตุ้มกับเจ้านี่อยู่นาน สุดท้ายก็ช่วยเจ้าปูตัวนี้ได้อย่างสำเร็จ ปล่อยเจ้าลงสู่แหล่งน้ำไป
.
เล่นเอาซะมืดเลยกว่าจะได้ไปอาบน้ำ

ตลาดยามค่ำคืน ร้านค้าเริ่มเก็บของกันแล้วแหละ ยังพอมีร้านที่ยังขายของตอนกลางคืนอยู่อีก ให้เล่นเล่นชิลๆ และหาของกินกันพลางๆ

เดินๆอยู่ก็ดันสะดุดตากับชื่อโฮมสเตย์นี้
.
แน่นอนว่าเราได้ไปเดินผ่านหลังนั้นมาแล้ว
และเอ่ยปากพูดกันเล่นๆว่า นี่ไงที่นอนถ้าหาไม่ได้ 555555 เป็นบ้านไม้สังกะสี ผุพัง ที่ลมพัดที สังกะสีก็เผยอ ออกพร้อมกับส่งเสียงกระทบกัน

เดินเล่นสักพักก็เข้าร้านกาแฟ
– – – – – –
อ้ออ ที่นี่เขาปั่นไฟใช้นะ ถ้าไฟดับนี่ก็ดับอยู่นาน จะมาอีกทีเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 55555
นี่นี่มีปลั๊กไปให้ชาร์ตแบต เราก็นั่งชิลกันสักหน่อย แต่เนื่องจากร้านเขาจะปิดแล้ว เครื่องดื่มอะไรก็ไม่มีเลย เหลือเพียงขนมปังปิ้งนี่แหละ จัดไปแผ่นละ 10 บาท

ดึกแล้ว ความเงียบสงบของที่นี่เริ่มเข้ามา ได้เวลากลับเต๊นท์กัน

เจ้า ‘ตะเกียงพม่า’ (ตะเกียงเจ้าพายุ)
เทียนไขที่ไร้น้ำตาเทียน
แฮนเมดและส่งตรงจากพม่าทุกชิ้น
หมดแล้วหมดเลย ไม่มีมาเพิ่ม (ถ้าจะรอต้องรอ 2-3 วัน ,ไปช่วงปีใหม่ของขาดหนักมาก คนแถวนั้นบอกมานะ)
จนกว่าจะได้ต้องหาซื้อต่อจากร้านที่ใช้แล้ว ในราคา 25 บาท และซื้อเทียนไขแยกแบบยกแพค 20 บาท
– – – – – – – – – – – – – –
ลมค่อนข้างแรง แต่ไม่ถึงกับหนาวมาก พอพัดทีก็กลัวว่าเต๊นท์จะปลิวไปด้วย
บรรยากาศดีมาก แต่รถเยอะไปหน่อย จอดกันเต็มลานกางเต๊นท์เลย แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคอะไรเลย นอนดูดาวได้อย่างชิล ดาวสวยมากกกกก

เช้าแล้ววว เดินขึ้นบันไดไปตรงโบสถ์ ตอนแรกจะไปหามุมถ่ายรูป แต่ดีมากเลยไปเจอร้านขายกาแฟ ขายมาม่า และขนมยามเช้า จัดโอวัลตินมา 1 แก้วคร้าบบบ
เนื่องจากเพื่อนยังไม่ยอมตื่นไง มัวแต่โอ้เอ้ ก็เลยกินคนเดียวเลย

เพื่อนๆ ตื่นทำภาระกิจกันเรียบร้อย เก็บเต๊นท์ เก็บของเข้ากระเป๋ากันเสร็จ มื้อเช้าก็มาฝากท้องนี่นี่ ร้านกาแฟร้านเดิม เขามีขายชุดอาหารเช้า สเต็ก เบรกฟัส อะไรก็มี จัดข้าวต้มหมูไปเบาๆ ชามละ 35 บาท หอมเหมาะกับยามเช้ามากๆ

กลับแล้วนะ
เราต้องขึ้นสองแถวสีเหลืองให้ทันในเวลารอบสุดท้าย แปดโมงเช้า เลทถึงแปดโมงครึ่ง ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีรถอีกแล้ว พี่คนขับที่พาขึ้นมาตอนแรกแกบอกว่าถ้าไม่ทันก็ต้องเป็นสายย่อนะ ย่อโบกรถคนอื่นที่เขาจะลงไปด้วยเลย
– – – – –
ที่นี่ยังมีที่เที่ยวอีกมากที่ไม่ได้ไป เพราะเนื่องจากเวลาของเราไม่พอจริงๆ แต่เราคิดว่ามันก็เพียงพอแล้วสำหรับการเดินทางมาพบอากาศเย็นๆ มาเที่ยวงานวัดต่างจังหวัด มาเดินตลาดที่ไม่เคยเดิน มาขึ้นเขาสูดอากาศดีๆ ให้เต็มปอด มานอนดูดาวที่เต็มท้องฟ้า มากินข้าว มาเดินเล่น มานอนกางเต๊นท์ และที่สำคัญมากับโคตรเพื่อน ขอบคุณการเดินทางในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ทริปต่อไป
กู้ดบายยย

_____________________________
สรุปค่าใช้จ่าย อย่างคร่าวๆ
– แท็กซี่แว๊นไปตอนเช้า 280 +50 ค่าทางด่วน (ไม่ตื่นสายจิไม่เป็นเช่นนี้หรอก TT)
– ค่ารถตู้ถึง บขส.กาญฯ 130
– บัสแดงถึงตลาดทางผาภูมิ 80
– ค่าเข้างานวัด 30
– ค่าโรงแรม 1200 หาร 5 คน คนละ 240
– ค่าสองแถวเหลือง ไปปิล็อก 70
– ค่าเช่าเต๊นท์ หักมัดจำเหลือ 200 หาร 4 คน (มีเพื่อน1 คนกลับไปก่อนจ้ะ) คนละ 50
– ค่าสองแถวเหลืองกลับ 70
– ค่าบัสแดงไปบขส. 80
– ค่ากินข้าว น้ำ ขนม อื่นๆ และจิปาถะ ประมาณ 500
– ค่ารถตู้ไปลงปิ่นเกล้า 100
(สาเหตุที่ไปลงปิ่นเกล้าเพราะรถตู้พระรามสองไม่มาสักทีและนายท่าก้ตอบไม่ได้ว่าจะมาเมื่อไหร่)
– ค่าแท็กซี่กลับบ้าน 250
สรุปปปปป ใช้เงินในทริปนี้ 1680 บาททททเท่าน้านน แต่จริงอาจน้อยกว่านี้น้าเพราะของหลายๆอย่างก็หารกับเพื่อนเอาทั้งนั้น (และถ้าไม่นั่งแท็กซี่ ฮ่าๆ)

ช่องทางการติดต่อ
Facebook Fanpage : ว่ า ง แ ล้ ว ไป ไ ห น .
👉Facebook : www.facebook.com/wanglaewpainai
👉Instagram : www.instagram.com/nootnate
👉Website :  www.wanglaewpainai.com
👉E-mail : wanglaewpainai@gmail.com
👉Tel : 094 039 0998

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.